อ่อนแอที่สุด

มกราคม 14, 2008

อากาศเปลี่ยนเวียนหัว

Filed under: โรคภูมิแพ้ — คุณไท้ @ 9:58 pm

นั่งรถเมล์กลับบ้านตอนเย็นแล้วรู้สึกว่าเวียนหัวมาก พอลงจากรถมองขึ้นไปบนท้องฟ้าเลยถึงบ้างอ้อ เพราะท้องฟ้ามันขมุกขมัวเหลือเกิน แสดงว่าเรากำลังแพ้อากาศแหง ๆ

เลยต้องกลับไปนอนที่บ้าน แล้วก็ทนไปพักใหญ่ ๆ กว่าจะทุเลาได้ ไม่งั้นเวียนหัวเหลือเกิน

ตรวจความดันแล้วปรกติ

Filed under: โรคความดันโลหิตสูง — คุณไท้ @ 9:55 am

หลังจากที่ได้พบหมออายุรกรรมเพื่อตรวจความดัน แล้วคุณหมอแนะนำให้ไปหาซื้อเครื่องวัดความดันมาวัดเองที่บ้าน เราก็ทำตามโดยการซื้อเครื่องวัดความดันดิจิตอลยี่ห้อ OMRON รุ่น SEM-1 มาใช้ ราคาไม่เท่าไหร่ 1,800 บาท

พอซื้อมาแล้วก็วัดความดันตัวเองวันล่ะสองครั้งวัดมาได้สามวันแล้ว ซึ่งผลปรากฎว่าความดันปรกติดีเฉลี่ยอยู่ที่ 110/70 ถึง 120/80

โดยการวัดจะทำตอนเช้าก่อนที่จะกินยา fulox + lorazepam เพื่อดูว่าถ้าตรวจความดันในตอนที่ยาคลายกังวลไม่ออกฤทธิ์นั้น จะมีผลทำให้ความดันเป็นยังไงบ้าง ซึ่งก็พบว่าปรกติดี แล้วก็ตรวจอีกครั้งนึงหลังจากที่อาบน้ำตอนเช้าแล้ว ซึ่งก็พบว่าปรกติดีเช่นกัน

คราวนี้เลยทำให้เรารู้ว่า สิ่งที่เห็นอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด ดังนั้นการที่เราตรวจความดันที่โรงพยาบาลแล้วมันสูง แล้วรีบปักใจเชื่อทันทีว่าตัวเองความดันสูงจึงเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เพราะมันกลายเป็นว่าเราต้องมากังวลว่าตัวเองความดันสูง ทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริงแล้วตัวเราไม่ได้ความดันสูงเลย

โชคดีที่ไม่ได้กินยาลดความดันเข้าไป ไม่งั้นคงได้ความดันต่ำแหง ๆ เลย

แต่ยังไงก็คงต้องตรวจความดันทุกวันนั่นแหล่ะ เพราะซื้อเครื่องตรวจมาแล้วนี่ แพงด้วยต้องใช้ให้คุ้ม

panic เล็ก ๆ

Filed under: โรคตื่นตระหนกกลัว — คุณไท้ @ 9:46 am

หลังจากไม่ได้ panic มาหลายสัปดาห์ ในที่สุดวันนี้ก็ panic จนได้

สาเหตุน่าจะมาจากการที่ใช้สมองคิดเรื่องโน้นเรื่องนี้เรื่องเปื่อย ตลอดการเดินทางจากบ้านมาที่ทำงาน พอมาถึงที่ทำงานแล้วก็รู้สึกว่ามีความคิดนึงยังแล่นอยู่ในสมองตลอดเลย นั่นก็คือรู้สึกเหมือนมีเพลง “ผู้ชายห่วย ๆ” ของมาช่าดังก้องวนไปวนมาในหัวไม่หยุดซะที

พอมานั่งกินข้าวต้มแล้วเหงื่อออกเพราะข้าวต้มร้อน ประกอบกับในหัวก็ยังฮัมเพลง “ผู้ชายห่วย ๆ ” อยู่ โดยที่เราเองก็ไม่ได้คิดจะคิดถึงมัน เราก็เริ่มมีกังวลนิด ๆ ว่าเมื่อไหร่มันจะหยุดวะเนี่ย เท่านั้นแหล่ะ panic เล็ก ๆ เลย เหงื่อแตกใหญ่เลย แถมอึดอัดนิด ๆ ด้วย แต่เราก็ปลง ๆ ก็นั่งกินข้าวต้มไปเรื่อย ๆ ไม่สนใจมัน เพราะเดี๋ยวก็ต้องกินยา fulox + lorazepam หลังอาหารเช้าอยู่แล้ว ช่างหัวมัน

สุดท้ายกว่าจะสงบลงไปได้ ก็หลังจากล้างหน้าล้างตาหลังกินข้าวต้มนั่นแหล่ะ

มกราคม 12, 2008

เป็นหวัดงอมแงม

Filed under: โรคหวัด — คุณไท้ @ 9:07 pm

หลังจากทู่ซี้ทนเป็นหวัดมาตั้งแต่วันอังคาร ในที่สุดน้องสาวเห็นสภาพแล้วทนไม่ไหว เลยไล่เราไปหาหมอจนได้

หมอที่ตรวจเป็นหมออายุรกรรม ก่อนเจอหมอก็ชั่งน้ำหนัก ชั่งได้ 58.1 ก.ก. แล้วก็วัดความดันได้ 120/80 ปรกติ

เรื่องความดันนี่น่าสนใจมาก เพราะคราวนี้เป็นการตรวจที่สถานพยาบาล แต่กลับได้ค่าที่ปรกติ แสดงให้เห็นว่าเราคงเป็น white coat hypertension จริง แต่เนื่องจากก่อนไปหาหมอเพื่อตรวจหวัดนั้น ได้กินยา fulox + lorazepam ไปก่อนแล้วตั้งแต่เช้า ยามันคงออกฤทธิ์แล้วเลยละลาย anxiety จนไม่รู้สึกกลัวเครื่องวัดความดันแล้วกระมัง

สรุปแล้วได้ยามาสี่ตัวประกอบไปด้วย

  1. AMOX 500 mg กินครั้งล่ะสองเม็ดหลังอาหารเช้า, เย็น
  2. Cepacol อมครั้งล่ะเม็ดเวลาเจ็บคอ
  3. BISOL กินครั้งล่ะเม็ดหลังอาหารเช้า, กลางวัน, เย็น
  4. HICEE 500 mg อมครั้งล่ะเม็ดหลังอาหารเช้า, เย็น

งานนี้ต้องกินยาให้หมด เพราะจ่ายไปแพงซะเหลือเกิน

มกราคม 11, 2008

ไปตรวจความดันตามที่หมอนัด

Filed under: โรคความดันโลหิตสูง — คุณไท้ @ 11:08 am

วันนี้ไปตรวจความดันตามที่หมอนัด หมอนัดไว้ 09.20 น. ก่อนเจอหมอก็ต้องชั่งน้ำหนักแล้วก็ตรวจความดันก่อน ผลที่ได้

น้ำหนัก : 57.4 ก.ก., ความดัน 152/92 (สูงโคตร)

คุยกับหมอแล้วตื่นเต้นมาก หมอเลยวัดความดันอีกทีก็ได้ 150/100 (ไม่เท่าเดิม) หมอเลยบอกว่าคราวนี้จะยังไม่ให้ยา แต่จะนัดมาเจออีกทีสามอาทิตย์ข้างหน้า พร้อมทั้งให้เจาะเลือดเพื่อหาอะไรอีกหลาย ๆ อย่างที่สงสัย

นอกจากนี้หมอก็แนะนำให้ซื้อเครื่องวัดความดันไปวัดเองที่บ้านด้วย เพราะรู้สึกว่าเราจะเกิดอาการ white coat hypertension

ธันวาคม 26, 2007

หายใจไม่ค่อยออก

Filed under: โรคภูมิแพ้ — คุณไท้ @ 10:12 am

เมื่อวานรู้สึกโกรธผู้ร่วมงาน แล้วก็รู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ออก จากนั้นก็กังวลว่าจะหายใจไม่ออกมาตลอดจนถึงตอนนี้ คิดว่าถ้าทายไม่ผิด อาการหายใจไม่ออกที่เกิดขึ้นน่าจะเกิดจากโรคภูมิแพ้ ซึ่งแสดงว่าตอนนี้อากาศเปลี่ยนกลับมาหนาวเย็นอีกครั้งนึงแล้ว ทำให้อาการภูมิแพ้กำเริบขึ้นมา

อาการภูมิแพ้ที่เป็นยังดีที่เป็นไม่มาก ยังเป็นแบบพื้นฐานอยู่ คือ เหนื่อยง่าย แล้วก็บางครั้งก็หายใจไม่ทั่วปอด เลยพาลจะนึกไปว่าหายใจไม่ออก

อ่านในอินเตอร์เน็ตแล้ว วิธีเดียวที่จะทำให้อาการทุเลาจนเหมือนหายเป็นปรกติได้ก็คือ ต้องออกกำลังกายอย่างน้อยวันล่ะ 30 นาที แล้วก็เลือกกินอาหารที่มีวิตามินและเกลือแร่เยอะ ๆ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือให้ซัดผักกับผลไม้มาก ๆ นั่นเอง

ธันวาคม 24, 2007

ฝันมากตื่นมาเหนื่อย

Filed under: โรคตื่นตระหนกกลัว — คุณไท้ @ 10:12 am

จริง ๆ แล้วก็นอนฝันทุกคืนนะ แต่สองคืนที่ผ่านมารู้สึกแปลก ๆ เพราะฝันแล้วทำให้เหนื่อย พอตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกเหนื่อย เหนื่อยอยู่พักนึงแล้วก็หายเหนื่อย ปรกติไม่เคยเป็นแบบนี้แฮะ

นอนน้อยแล้ว panic

Filed under: โรคตื่นตระหนกกลัว — คุณไท้ @ 10:10 am

เมื่อวานงีบไปประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วถูกเรียกให้ลุกขึ้นมากินข้าวเย็น หลังจากนั้นก็ panic เลย แต่เป็นแค่ 5 นาทีก็หยุด ถือว่ายาที่กินเข้าไปช่วยได้เยอะเลย แต่อย่างน้อยตอนนี้ก็รู้แล้วว่าเรานอนงีบแบบนี้ไม่ได้ ถ้าจะนอนต้องนอนยาว ๆ ตอนกลางคืน 6 – 8 ชั่วโมงไปเลยแบบนั้น ถึงจะไม่มีปัญหาอะไร

ธันวาคม 21, 2007

ไปตามที่หมอนัด

Filed under: โรคตื่นตระหนกกลัว — คุณไท้ @ 9:56 am

เมื่อวานครบกำหนดวันที่หมอนัด ได้พบคุณหมอแล้วก็เล่าผลข้างเคียงที่เกิดจากยาให้คุณหมอฟัง โดยเล่าว่ารู้สึกง่วงบ่อยแล้วก็หิวบ่อย รู้สึกกระเพาะอาหารมันขยับตัวบ่อย ทำให้รู้สึกคลื่นไส้ ซึ่งคุณหมอบอกว่าเป็นผลข้างเคียงจากยา FULOX

แล้วก็เล่าให้คุณหมอฟังอีกว่า ช่วงหลังจากกินยามีอาการ panic เกิดขึ้นอีก 2 ครั้ง แต่ล่ะครั้งเป็นด้วยระยะเวลาเท่าเดิมคือประมาณ 10 นาที แต่ความรุนแรงในการเป็นลดลงมาก ลดลงมาก ๆ

คุณหมอให้ยาชุดเดิมมา แล้วนัดอีกทีวันที่ 17 มกราคม 2551

ธันวาคม 12, 2007

ง่วงโคตร ๆ

หลังจากที่ต้องกินยาเพื่อรักษาโรค panic disorder ก็ทำให้รู้สึกว่าชีวิตเปลี่ยนแปลงไป เพราะตัวยามันทำให้ง่วงซึมซะเหลือเกิน ขนาดเข้านอนสี่ทุ่มตื่นเจ็ดโมง นอนไปตั้งเก้าชั่วโมงแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกง่วงนอนอยู่ดี

แล้วพอง่วงนอนหนัก ๆ เข้า มันก็ไปกระตุ้นให้อาการ panic disorder กำเริบขึ้นมา แต่ก็คงเป็นเพราะฤทธิ์ของยากระมัง เลยทำให้อาการถึงจะกินเวลาราว 10 นาทีเหมือนเดิม แต่ความรุนแรงมันก็ลดน้อยถอยไปมาก อาการเป็นขึ้นมาแค่ครึ่งเดียวของเที่เคยเป็น ก็ถือว่ารักษาถูกทาง

ยาที่กินเข้าไปดูเหมือนจะทำให้เจริญอาหารด้วย ทำให้หิว แล้วพอหิวแล้วอดไม่ได้ต้องรีบกิน เพราะพอไม่กินแล้วร่างกายมันจะเกิดการต่อต้าน เกิดอาการเวียนหัวคลื่นไส้อยู่นั่นแหล่ะ จนกว่าจะยัดอาหารเข้าไปในร่างกายให้หายหิว อาการถึงจะยุติลง

Older Posts »

สร้างเว็บไซต์หรือบล็อกฟรีที่ WordPress.com.